เหตุผลที่ควรเลือกใช้ถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูป

ถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูป

ทำไมต้องใช้ถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูปแทนบ่อเกรอะบ่อซึม

ถังบำบัดในอดีตมีลักษณะการใช้งานแบบที่น้ำเสียซึมลงสู่พื้นดิน เป็นระบบบ่อซึมที่เรียกกันว่า บ่อเกรอะ หรือบางคนอาจจะเรียกว่า บ่อซึม ซึ่งการใช้งานของผู้คนสมัยก่อนเมื่อได้เข้าห้องน้ำเพื่อขับถ่ายปัสสาวะ อุจจาระลงในโถนั่งเสร็จก็จะทำการลาดน้ำลงโถที่นั่งขับถ่าย ของเสียที่ถูกน้ำลาดลงจากโถส้วมก็จะไหลไปตามแนวท่อที่ถูกติดตั้งไว้เรียบร้อยแล้ว น้ำจะไหลลงสู่บ่อเกรอะ บ่อซึม จะทำหน้าที่เป็นตัวรองรับและเป็นภาชนะบรรจุเพื่อใช้ในการเก็บกักน้ำเสียไว้

(1)ใส่รูปเว้นวรรค ระหว่าง เนื้อหา กับ ภาพประกอบ

ส่งถังบำบัดน้ำเสียทั่วประเทศ

ขั้นตอนของการบำบัดน้ำเสียในระบบบ่อเกรอะคือ จะอาศัยเวลาเป็นตัวบำบัดเพื่อหน่วงน้ำหรือพักน้ำเสียที่ไหลเข้ามาต่อเนื่อง เมื่อน้ำถูกลาดลงมาจากโถส้วม น้ำเสียจะค่อยๆซึมลงดินโดยอาศัยเวลาเป็นตัวหน่วง ซึ่งคนสมัยก่อนจะผสมดินร่วนปนทรายเพราะจะทำให้น้ำซึมผ่านลงดินได้ดีกว่าดินเหนียวที่มีคุณสมบัติอุ้มน้ำ

จะทำให้น้ำผ่านลงสู่ชั้นดินได้ยากและทำให้ส้วมเต็มเร็วขึ้นกว่าปกติ เพราะน้ำไม่มีทางไปต่อได้ จึงทำให้ต้องมีการดูดส้วมเพื่อนำไปกำจัดบ่อยขึ้น หรืออาจจะต้องปรับปรุงระบบใหม่โดยการใช้ทรายร่วนกลบให้มิดชิดฝังหลุมเดิมที่มีปัญหาเพื่อกันกลิ่นหรือเชื้อโรคที่อาจจะแพร่มาสู่คนอยู่อาศัยได้

 

(2)ใส่รูปเว้นวรรค ระหว่าง เนื้อหา กับ ภาพประกอบ

ถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูปที่ใช้กันในปัจจุบันทำงานอย่างไร

การทำงานของถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูปคือ น้ำเสียจากการขับถ่ายและน้ำอาบจะไหลลงมาที่ท่อขนาด 4นิ้วที่หาซื้อได้ตามร้านวัสดุก่อสร้างทั่วไป ซึ่งเป็นท่อขนาดมาตรฐานที่ผู้รับเหมาใช้ในการติดตั้งเดินท่อ เพื่อให้เป็นทางเดินของน้ำ เมื่อมีขับถ่ายกดชักโครกน้ำเสียก็จะไหลมาท่อมาที่ถังบำบัดน้ำเสียแบบไร้อากาศ และน้ำจากการเปิดฝักบัวหรือการตักอาบก็จะไหลลงสู่ตะแกรงดักเศษผม ผ่านลงสู่ท่อน้ำทิ้ง มารวมอยู่ด้วยกันกับน้ำเสียที่ขับถ่าย ขั้นตอนนี้จะถูกบำบัดโดยถังบำบัดน้ำเสีย

 

(3)ใส่รูปเว้นวรรค ระหว่าง เนื้อหา กับ ภาพประกอบ

ขั้นตอนการทำงานของถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูปแบบไร้อากาศ

ถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูปแบบไร้อากาศ มีระบบการทำงานโดย ใช้วัสดุโพลีเอทธีลีนเป็นภาชนะบรรจุเก็บของเสีย 100%  ภายในประกอบไปด้วยพื้นที่ว่างซึ่งทำให้มีเวลาในการพักน้ำเสีย  เวลาของการหน่วงน้ำเสียจะทำให้ตะกอนหนักซึ่งเป็นของเสียจากการถ่ายอุจจาระ จมลงสู่ก้นถัง เมื่อน้ำเสียไหลลงมาที่ถังบำบัดก็จะถูกสัมผัสกับผิวของมีเดียที่ลอยอยู่บนผิวน้ำก่อน

ขั้นตอนการบำบัดจึงเริ่มทำงานจากตรงนี้ โดยหัวเชื้อจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียจะทำหน้าที่กินของเสียและย่อยสลายสารอินทรีย์ที่ตกลงมาสู่ถังบำบัด  จุลินทรีย์จะใช้มีเดียในการยึดเกาะผิว เปรียบเทียบให้เห็นภาพมีเดียก็คือ บ้านที่อยู่อาศัยของหัวเชื้อจุลินทรีย์นั่นเอง

 

(4)ใส่รูปเว้นวรรค ระหว่าง เนื้อหา กับ ภาพประกอบ

เมื่อการย่อยสลายถูกทำให้เกิดขึ้นโดยอาศัยจุลินทรีย์แล้ว ตะกอนเบาจะลอยขึ้นไหลผ่านไปที่ตำแหน่งท่อออก ซึ่งจะมีระดับที่ต่ำกว่าท่อน้ำเข้าทำให้น้ำเสียถูกระบายออกไปที่ตำแหน่งบ่อพักบริเวณบ้าน ก่อนไหลลงสู่บ่อบำบัดปลายท่อรวมสาธารณะ

 

(5)ใส่รูปเว้นวรรค ระหว่าง เนื้อหา กับ ภาพประกอบ

1.ห้ามกลบทรายลงหลุมที่ฝังถังบำบัดก่อนที่จะเติมน้ำสะอาดลงไปในตัวถัง เพราะภายในตัวถังเป็นพื้นที่โล่งมีแค่ลูกตะกร้อมีเดียอยู่ หากกลบทรายลงไปก่อนจะทำให้ถังบำบัดยุบตัวและบุบแตกเสียหายได้เพราะ ถูกแรงดันจากทรายกระทำทั้งด้านบนถังด้านข้างและด้านล่าง ถังบำบัดไม่สามารถรับแรงกระทำจะรอบๆที่ถูกบีบอัดเข้ามาได้ถ้ายังไม่ได้เติมน้ำบรรจุลงไป เพราะน้ำจะเป็นตัวช่วยรับแรงดันจากทรายรอบถังเมื่อมีน้ำเป็นแรงต้านทรายจากภายใน ตัวถังก็จะไม่ยุบหรือเสียหาย ถือว่าเป็นวิธีที่ติดตั้งถังบำบัดน้ำเสียที่ถูกต้องในเบื้องต้นด้วย

 

(6)ใส่รูปเว้นวรรค ระหว่าง เนื้อหา กับ ภาพประกอบ

 

2.ต้องใช้ทรายหยาบในการกลบฝังรอบๆถังบำบัด ไม่ควรใช้ดินเดิมกลบลงไป หรือห้ามไม่ให้นำดินเดิมมาผสมกับทรายหยาบเพื่อลดต้นทุนค่าติดตั้งถังบำบัด  เพราะสิ่งที่เจ้าของบ้านจะได้รับไม่คุ้มค่ากับความเสียหายที่จะตามมาคือ ถังบำบัดน้ำเสียจะแตกได้ เพราะดินเดิมจะมีก้อนหิน ก้อนอิฐ ก้อนปูน เศษไม้ และวัสดุก่อสร้างของเดิมสมัยพื้นที่นั้นมีการก่อสร้าง วัสดุเหล่านี้จะเป็นตัวที่ทำให้ถังเกิดแตก ยุบ บุบ ได้ ดังนั้นช่วงที่ขุดหลุมก่อนจะลงถังควรเคลียร์เศษวัสดุภายในหลุมออกให้หมด

 

(7)ใส่รูปเว้นวรรค ระหว่าง เนื้อหา กับ ภาพประกอบ

 

3.ห้ามใช้น้ำสกปรกเติมลงในถังบำบัดน้ำเสีย คือน้ำในห้วย หนอง คลอง บึง เพราะแหล่งน้ำเหล่านี้อาจจะมีเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรีย มีขยะจากแหล่งน้ำอื่นไหลมารวมกันและไม่ได้ผ่านการบำบัดมาก่อน เมื่อเติมลงไปในถังบำบัดน้ำเสียผสมกับอุจจาระ ปัสสาวะ น้ำอาบ ทำให้ขบวนการบำบัดด้อยประสิทธิภาพลงไป เนื่องจากไม่ได้ใช้น้ำสะอาดเติมลงในถังบำบัดอย่างถูกต้อง

3.1น้ำสะอาดที่จะเติมก็คือ น้ำประปาภายในบ้านก็สามารถใช้ได้ แต่ถ้าถังบำบัดน้ำเสียไฟเบอร์กลาสขนาดใหญ่ความจุมากเป็น 10,000ลิตร 15,000ลิตร 20,000ลิตร ควรสั่งรถบรรทุกน้ำมาเติมลงในถังบำบัด เพราะก๊อกน้ำประปาท่อPVC.ทั่วไปมีขนาดเล็ก ทำให้ใช้เวลาในการเติมน้ำนานกว่าจะเต็มถัง อาจจะมีผลเสียหากผู้รับเหมาได้สั่งรถบรรทุกทรายและรถเทปูน เพื่อทำงานขั้นตอนต่อไปให้กระชับรวดเร็วขึ้น

 

(8)ใส่รูปเว้นวรรค ระหว่าง เนื้อหา กับ ภาพประกอบ

4.ห้ามใช้รถแบคตักทรายลงหลุมขณะติดตั้งถังบำบัดน้ำเสีย  และห้ามรถแบคโฮลวิ่งรอบๆบริเวณที่ติดตั้งถังบำบัดเพราะส่วนที่เป็นตัวตักดินของรถแบคโฮลจะทำให้เหวี่ยงเป็นกระทบกับถังบำบัดให้แตกร้าวเสียหายได้ เคสนี้มักพบกันอยู่บ่อยๆที่ถังบำบัดรั่วซึมจากรถแบคโฮล และการที่ใช้รถบดถนนหรือเครื่องจักรที่ปรับหน้าดินให้เรียบ น้ำหนักตัวเครื่องจะกดทับลงไปที่ตำแหน่งบ่าถังทำให้มีการยุบตัวของถังได้

4.1เนื่องจากดินทรายที่อยู่บนถังไม่สามารถรองรับน้ำหนักที่เป็นตันได้ หรือเครื่องจักรที่นำมาตบดินให้แน่นก็อาจทำให้ท่อเข้าท่อออกที่เป็นเฟล็กข้อต่ออ่อนขนาด 4 นิ้ว หลุดออกจากท่อน้ำPVC.ของตัวอาคารได้  วีธีที่ถูกต้องควรใช้แรงงานคนในการตักทรายกลบลงหลุมจะทำให้ถังปลอดภัยและมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น

5.ข้อควรระวังเมื่อพื้นที่หน้างานแคบ ทำให้การนำถังบำบัดน้ำเสียไปติดตั้งในหลุมยากลำบาก มีความเสี่ยงที่จะทำให้ถังแตกเสียหาย เพราะจากดินบนปากหลุมจะสไลด์ลงมากระแทกตัวถังให้บุบได้ หรือความกว้างของหลุมมีห่างจากถังน้อยกว่า 50 เซนติเมตร ซึ่งอาจจะเจอก้อนหินและเศษปูนที่โผล่ออกมาจากผนังดิน เคลื่อนเข้ามาทิ่มขอบถังให้รั่วซึมได้

5.1ระยะห่างจากขอบหลุมวัดไปถึงตำแหน่งที่วางถังควรจะมีความกว้างไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร เมื่อวางถังบำบัดน้ำเสียลงหลุมและเติมน้ำสะอาดให้เต็มถังจนน้ำล้นปริ่มออกมาจากท่อออก แสดงว่าได้บรรจุน้ำจนเต็มถังแล้วเรียบร้อย

5.2ขั้นตอนต่อไปควรเททรายหยาบรอบๆถังให้ทรายมีความสูงจากฐานรากประมาณ 30-50 เซนติเมตร และใช้น้ำพรมลงบนทรายให้ทั่วหลุมเพราะ ต้องการจะให้น้ำนำพาเม็ดทรายหยาบไหลไปเติมในช่องว่างที่เล็กพื้นที่แคบๆทำให้มีความแน่นตัวของชั้นทราย พร้อมกับใช้แรงงานคนเข้าไปเดินบริเวณที่พรมน้ำ จากนั้นก็เติมทรายหยาบลงไปใหม่ให้ได้ระดับความสูงที่ 30-50 เซนติเมตร และทำทุกอย่างเหมือนขั้นตอนแรกคือพรมน้ำให้ทั่วพร้อมกับใช้คนเดินบริเวณในหลุมถ้าเดินได้ โดยไม่ใช้เครื่องจักรในการกลบทราย

6.วิธีการเติมหัวเชื้อจุลินทรีย์ลงในถังบำบัดน้ำเสียที่ถูกต้อง ควรเติมหัวเชื้อก่อนใช้งาน 5-7 วันก่อนใช้งานห้องน้ำ เพื่อเป็นการพักเชื้อจุลินทรีย์ในถังบำบัดน้ำเสียเตรียมไว้ เพื่อเมื่อถึงระยะเวลาใช้งานจริงกิจกรรมน้ำอาบ และน้ำขับถ่ายจะไหลรวมมาลงในท่อเข้า ลงสู่กระบวนการบำบัดน้ำเสียของถังสำเร็จรูป

6.1ซึ่งทั้งตะกอนหนักและตะกอนเบาจะถูกย่อยสลายสารอินทรีย์โดยเป็นอาหารของหัวเชื้อจุลินทรีย์จะถูกบำบัดในขั้นตอนนี้ซึ่งจุลินทรีย์จะอาศัยอยู่ในมีเดียซึ่งใช้เป็นพื้นที่ยึดเกาะ เมื่อน้ำเสียและตะกอนถูกสัมผัสกับผิวมีเดีย  หัวจุลินทรีย์จะเริ่มทำงานย่อยสลายเป็นอาหารได้อย่างดี แต่หากช่างติดตั้งถังบำบัดน้ำเสียเผลอเติมหัวเชื้อไปก่อนใช้งาน 1 เดือน จะทำให้เชื้อนั้นตายเมื่อมีการใช้งานเกิดขึ้นของเสียที่ถูกขับถ่ายลงมาในถังบำบัดก็จะตกตะกอนหนักอย่างเดียวแต่จะไม่มีการย่อยสลายที่เกิดจากหัวเชื้อจุลินทรีย์

6.2เมื่อมีการใช้น้ำอยู่ตลอดเวลาเรื่อยๆ จะทำให้กากตะกอนไหลหลุดออกไปที่บ่อพักและท่อสาธารณะได้ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นบริเวณรอบบ้านที่อยู่อาศัย และก็ไม่ควรเติมหัวเชื้อมากเกินไปเพราะจะทำให้สีน้ำขุ่น มีสีน้ำตาลคล้ำออกมาจากท่อออกได้ ควรเติมให้ความเหมาะสมกับขนาดของถังบำบัดน้ำเสียหรือหากถังฝังดินไปแล้วก็สามารถ สอบถามปริมาตรบรรจุของถังจากฝ่ายขายของบริษัทผู้ผลิตถังบำบัดได้

7.อายุการใช้งานของวัสดุโพลีเอทธีลีนที่ใช้ในการผลิตถังบำบัดน้ำเสียคือ10 ปีขึ้นไปเพราะ วัสดุPEที่นำมาใส่ในขบวนการผลิต มีความยืดหยุ่น คงทนแข็งแรง และด้วยการที่มีคุณสมบัติเป็นพลาสติกชนิดพิเศษที่มีความเหนียวแข็ง หดตัวคลายตัวได้ ย่อยสลายยาก ทำให้ตัวเนื้อวัสดุPE เกิดการสึกกร่อนยาก ถ้าไม่มีสารเคมีชนิดที่เป็นกรดเข้ามากัดกร่อนตัวถัง

7.1หรือขบวนการบำบัดน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ที่ปล่อยน้ำมามีอุณหภูมิที่สูงเกินไปทำให้น้ำที่อยู่ในถังร้อนมาก ซึ่งโดยปกติการใช้งานทั่วไปถังบำบัดน้ำเสียที่ใช้กันตามบ้านปล่อยน้ำมาที่อุณหภูมิไม่เกิน 30-40 องศาเซลเซียสอยู่แล้ว ถังบำบัดน้ำเสียสามารถรับน้ำมาบำบัดได้เป็นปกติทำให้อายุการใช้งานของถังบำบัดก็นานตามไปด้วย  

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *